น้ำหมักจากพืชสมุนไพร

          เนื่องจากในปัจจุบัน การป้องกันกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ต้องพึ่งสารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ได้แก่ ยาฆ่าแมลงต่างๆ ซึ่งสารเหล่านี้นับวันจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ และปัญหาตามมามากมาย เช่น การดื้อยาของแมลง เกษตรกรผู้ใช้ ตลอดจนสัตว์เลี้ยงได้รับพิษภัยจากสารเคมี และเกิดปัญหาพิษตกค้างในพืชผลของเกษตรกร ทั้งระบบนิเวศวิทยาที่สูญเสียไป ปัจจุบันสมุนไพรเพื่อการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช คือ เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทดแทนการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร เพราะสามารถปลูกใช้ได้เอง ไม่ต้องใช้เงินซื้อหา ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมและสร้างสมดุลธรรมชาติ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด ผู้ใช้ควรทราบ ข้อดี ข้อเสีย จะได้ใช้ได้อย่างถูกต้อง

สะเดา

ใช้เมล็ด
1. นำเมล็ดสะเดาที่แห้งแล้ว 1 กิโลกรัม บดหรือโขลกให้ละเอียด
2. เอาผงเมล็ดที่ได้มาแช่น้ำ 20 ลิตร (1 ปี๊บ) ทิ้งไว้นาน 12 – 24 ชั่วโมง แล้วกรองเอาน้ำ ด้วยผ้าขาวบาง ส่วนกากใช้ทำปุ๋ยได้
3. ก่อนนำไปใช้ผสมสารจับใบ เช่น น้ำสบู่ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร
4. ใช้ฉีดพ่น ทุก 6 – 10 วัน ในช่วงเวลาเย็น

ใช้ใบ
1. ต้องใช้ใบสะเดาที่สด (ใบสดจะมีสีเขียวเข้ม) ไม่น้อยกว่า 2 กิโลกรัม
2. บดหรือโขลกให้ละเอียด แช่ในน้ำ 20 ลิตร ทิ้งไว้นาน 24 ชั่วโมง
3. ก่อนนำไปใช้ผสมสารจับใบ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร
4. ใช้ฉีดพ่นทุก 6 – 10 วัน ในช่วงเวลาเย็น

ศัตรูเป้าหมาย
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล , เพลี้ยกระโดดหลังขาว , เพลี้ยอ่อน , เพลี้ยจั๊กจั่น , ด้วงหมัดผัก , ผีเสื้อมวนหวาน , หนอนกอ , หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด , หนอนม้วนใบข้าว , หนอนกระทู้ , หนอนใยกระหล่ำ , ด้วงเต่าฟักทอง ฯลฯ

หางไหลและโลติ๊น

มีสารโลติโนนที่ราก ซึ่งมีผลทำให้แมลงหายใจได้น้อยลง

วิธีใช้
นำรากสดมาล้างให้สะอาด ตัดเป็นท่อนๆ บดให้ละเอียด จำนวน 11 กิโลกรัม ผสมน้ำ 100 ลิตร และสบู่ 500 กรัม (สบู่จะช่วยให้โลติโนน
ละลายน้ำ ได้ดีขึ้น)

ประโยชน์
ใช้ป้องกันกำจัดเพลี้ยอ่อน ด้วงงวงถั่ว หนอนผีเสื้อศัตรูพืช

ข้อควรระวัง
เป็นพิษกับปลา ไม่ควรใช้กับพืชที่ปลูกยกร่องหรือปลูกใกล้แหล่งน้ำ

หนอนตายหยาก

นำรากมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ผึ่งให้แห้ง 200 กรัม หมักในน้ำ 1 ลิตร ทิ้งค้างคืนกรองเอากากออก นำน้ำไปฉีดพ่นแปลงผัก ป้องกันหนอนหลอดหอมในพม่าใช้เป็นยาฆ่าแมลง ล้างผม ฆ่าเหา พอกแผลต่างๆ ฆ่าหนอนใส่ปากไหปลาร้า และใช้ทำลายหิต

ข่า

สารสกัดจากเหง้า ไล่แมลงวันทองได้ดีใช้ร่วมกับสะเดาและตะไคร้หอม อย่างละเท่าๆ กัน ฉีดป้องกันกำจัดศัตรูพืชในสวนผักและสวนผลไม้

ตะไคร้หอม

วิธีใช้ ใช้ส่วนต้น , ใบ
1. นำต้นตะไคร้หอมใช้ทั้งเหง้าแล้วใบหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วโขลกให้ละเอียด จำนวน 400 กรัม
2. ผสมลงในน้ำ 8 ลิตร ทิ้งไว้นาน 24 ชั่วโมง
3. กรองเอาน้ำด้วยผ้าขาวบาง
4. ก่อนนำไปใช้ผสมสารจับใบ หรือน้ำสบู่ 1 ช้อนโต๊ะ
5. ใช้ฉีดพ่นทุก 7 วัน
ศัตรูเป้าหมาย หนอนกอข้าว , หนอนใยผัก

ขมิ้นชัน

วิธีใช้
ใช้ส่วนเหง้าหรือหัว ตากแห้งครึ่งกิโลกรัม ตำให้ละเอียดหมักในน้ำ 2 ลิตร ทิ้งค้างคืน กรองนำน้ำที่ได้ 200 ซีซี (20 ช้อน) ผสมน้ำ 2 ลิตร
ใช้พ่นแปลงผัก

ประโยชน์ เป็นสารฆ่าแมลงและขับไล่แมลง

ยาสูบ

เป็นสารฆ่าแมลง, ขับไล่แมลง, ฆ่าไร, ทุกส่วนของยาสูบ (ใบลำต้น ดอก เมล็ด ผล) มีสารที่ชื่อว่า นิโคติน ซึ่งสลายตัวได้ง่ายแต่มีพิษกับมนุษย์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป เวลาฉีดควรระมัดระวังอย่าให้ละอองถูกตัว

วิธีใช
วิธีที่ 1
แช่ก้านและใบยาสูบที่ตำละเอียด 1 กิโลกรัม ในน้ำ 15 ลิตร นาน 1 วัน เติมผงสบู่ 1 กำมือ กรองเอาน้ำไปฉีดพ่นทันที ใช้ควบคุมเพลี้ยอ่อน หนอนผีเสื้อเพลี้ยไฟ ไร หนอนชอนใบ

วิธีที่ 2
ยาฉุน 1 กิโลกรัม แช่น้ำ 2 ลิตร นาน 1 คืน คั้นกรองเอาแต่น้ำใส เติมน้ำลงไปอีก 3 ปี๊บ ละลายน้ำสบู่ลงไป (1 ก้อน ต่อน้ำ 4 ปี๊บ) จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือจะเติมน้ำปูนใสลงแทน สบู่ก็ได้ ใช้น้ำไปฉีดพ่นทันที อย่าทิ้งไว้นาน เพราะสารนิโคตินจะเสื่อมประสิทธิภาพ
ศัตรูเป้าหมาย เพลี้ยกระโดด, เพลี้ยจั๊กจั่น, เพลี้ยหอย, เพลี้ยไฟ, เพลี้ยอ่อน, หนอนกระทู้, หนอนใยผัก ฯลฯ